ส่งบาสตี้ ลงสนามเหอะ ได้ทั้งผลงานและกล่อง

ถือว่าเป็นข่าวดี หลังจากที่เจอเรื่อง “แย่ๆ” มาพอสมควรทีเดียวสำหรับ แฟนปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นั่นก็คือ ข่าวการกลับมาซ้อมกับทีมชุดใหญ่ของมิดฟิลด์สัญชาติเยอรมันระดับแชมป์โลก อย่าง บาสเตียน ชไวนสไตรเกอร์ ที่เห็นภาพข่าวที่ได้กลับมาซ้อมต่อหน้ามูรินโญ่อีกครั้งหนึ่ง เล่นเอาทีมมีความกระชุ่มกระชวยขึ้นเยอะทีเดียว

ให้โอกาส บาสตี้ พิสูจน์ตัวเองก่อนจาก

แน่นอนว่าหนึ่งในคำถามหลังจากที่เค้าเข้ามาคุมทีมปีศาจแดงนั่นคือ กรณีของบาสเตียน ชไวนสไตรเกอร์ ที่เคยเล่นดีเป็นตัวจริงมาตลอดในยุคของ ฟาน กัล พอมู กลายเป็นว่า บาสตี้ ไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีมแบบชัดเจน ซึ่งแฟนๆหลายคนยังสงสัยเลยว่า ทำไมบาสตี้ไม่เคยได้พิสูจน์ตัวเองกับ มูรินโญ่เลย แน่นอนว่าโอกาสครั้งนี้หากทำได้น่าจะเป็นครั้งสุดท้ายของบาสตี้แล้ว หากเล่นดีก็จะได้อยู่ต่อถึงซัมเมอร์ แต่ถ้าไม่ดี เค้าน่าจะได้ออกไปจากทีมตอนหน้าหนาวนี้

มู ได้ใจลูกน้อง + กระตุ้นนักเตะที่เหลือ

นอกจากโอกาสในการพิสูจน์ตัวเองแล้ว การที่มูรินโญ่ ดึงบาสตี้กลับมาซ้อมกับทีมชุดใหญ่แบบนี้ได้ผลอีกสองประการคือ หนึ่งมูได้ใจลูกน้องอย่างน้อยๆก็บาสตี้คนหนึ่งแหละ ส่วนคนอื่นก็น่าจะดีใจที่เห็นเพื่อนๆกลับมาซ้อมแบบพร้อมหน้าพร้อมตากัน ส่วนอีกประการหนึ่งคือเป็นการกระตุ้นนักเตะที่เหลือด้วยโดยเฉพาะกองกลางว่า เค้าพร้อมที่ดึง บาสตี้ มาเสียบตำแหน่งพวกที่เล่นไม่ได้เรื่อง ทำให้พวกกองกลางอย่าง เฟลไลนี่ มาต้า คาร์ริค ชไนเดอร์ลิน และ ป็อกบา ต้องเค้นฟอร์มตัวเอง ไม่งั้นมีหลุด

มู ทำให้แฟนบอลหายสงสัย

สุดท้ายหากมูให้โอกาสบาสตี้ลงสนาม (ซึ่งก็ไม่รู้จะมีไหม) น่าจะทำให้แฟนบอลหายสงสัยได้สักทีว่า ทำไมเค้าถึงต้องถูกดร็อปและดองในแผนการของมูรินโญ่ แต่หากลงแล้วเล่นดี ถึงมูจะต้อง “เสียหน้า” ไปบ้าง แต่ก็ถือว่ายังกำไรอยู่ อย่างน้อยหากฟอร์มดี เก็บไว้เล่นต่อจนจบฤดูกาลแล้วค่อยแยกทางตอนซัมเมอร์ก็ได้ เพราะที่ดูแล้วหากไม่นับ เอร์เรเร่า + มาต้า แล้วที่เหลือ “ยังดีไม่พอ”

Read More

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ข้อเสียที่เริ่มเห็นกับการที่เจ้าของทีมมีบทบาทมากเกินไป

ในทุกองค์กรล้วนแล้วแต่มีผู้นำ ซึ่งแน่นอนว่า ผู้นำ ไม่สามารถทำทุกอย่างด้วยตัวคนเดียวได้ ต้องมีการแบ่งหน้าที่แบ่งอำนาจรับผิดชอบ ให้กับ กลุ่มหัวหน้าเพื่อทำให้องค์กรเดินได้ต่อไป เรื่องดังกล่าวถือได้ว่า ไม่ได้เกิดขึ้นกับ บุรีรัมย์ฯ เพราะที่นี่ ผู้นำเข้ามาล้วงลูกจัดการงานเองทั้งหมด แน่นอนว่า เมื่อคราวที่ประสบความสำเร็จ แฟนบอลหรือคนที่มองมา ย่อมรู้สึกเห็นถึงข้อดีต่างๆมากมาย แต่วันที่เริ่มไม่ประสบความสำเร็จ หรือมีแนวโน้มแย่ลง แน่นอนว่า คนก็เริ่มเห็นขัอเสียมากเช่นเดียวกัน

นายใหญ่ของทีม แน่นอนว่า สร้างบุรีรัมย์ฯขึ้นมาเองกับมือ ย่อมจะมีความรักความผูกพันกับทีม แน่นอนว่า ทั้งแฟนบอล และนักเตะรักนายใหญ่คนนี้อย่างแน่นอน ส่วนนายผู้หญิง ก็ถือว่าเป็นเจ้าของทีมเช่นเดียวกัน มีความทุ่มเทให้กับทีมไม่ได้ต่างจากนายใหญ่เลย แต่ทว่า ความทุ่มเทที่มากเกินไป กลับกลายมาเป็น ข้อเสียที่เริ่มส่งผลกับทีม เพราะ คำพูดไม่กี่คำ ก็สร้างความร้าวฉานให้กับบรรดาแฟนบอล รวมไปถึงนักเตะภายในทีม เชื่อแน่ว่า ใครที่เป็นแฟนทีมบุรีรัมย์ฯหรือมีความสนใจในฟุตบอลไทยลีก ย่อมที่จะทราบวีรกรรมของนายผู้หญิงเป็นอย่างดี

เพราะฉะนั้นแล้ว หากบุรีรัมย์ฯต้องการประสบความสำเร็จ และชนะใจแฟนบอลมากกว่านี้ แน่นอนว่า ควรจะให้นายใหญ่ออกโรงดีที่สุด ส่วนนายผู้หญิงเอง ควรจะลดบทบาทตนเองลงให้มากกว่านี้ แม้ว่าทีมนี้จะเป็นทีมของพวกเขาก็ตาม แต่สโมสรฟุตบอล สุดท้ายแล้ว ไม่มีแฟนบอลก็คงจะอยู่ไม่ได้เช่นเดียวกัน และในปัจจุบัน ตัวปัญหาของบุรีรัมย์ฯอาจไม่ใช่นักเตะ ไม่ใช่แฟนบอลแต่คือ นายผู้หญิงนั่นเอง

Read More